TJ_logo3_old.jpg

spiro_logo

 


Download

การตรวจสมรรถภาพปอดด้วยเครื่อง spirometry นั้นมีประโยชน์ในการช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค และประเมินความรุนแรงของความผิดปกติของการทำงานของระบบการหายใจ แต่การแปลผลต้องอาศัยการเปรียบเทียบค่าที่วัดได้กับค่ามาตรฐาน ซึ่งค่ามาตรฐานนี้แปรผันตามเชื้อชาติ เพศ อายุ และความสูง โดยสามารถคำนวณได้จากสมการที่ได้จากการศึกษาวิจัย สำหรับประชากรไทยนั้น ในปัจจุบันใช้ค่ามาตรฐาน Siriraj equations ที่ได้จากการสำรวจในประชากรไทยที่สุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ (.. 2543) อย่างไรก็ตาม ในปี พ.. 2555 ได้มีความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกในการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในประชากรหลากหลายเชื้อชาติ (โดยมีข้อมูลจากการสำรวจที่ใช้ใน Siriraj equations รวมอยู่ด้วยและใช้กระบวนการทางสถิติสมัยใหม่ (GAMLSS) ทำให้ได้สมการที่มีความแม่นยำมากขึ้นในการคำนวณค่ามาตรฐานสมรรถภาพปอดสำหรับประชากรทั่วโลก เรียกว่า Global Lung Initiative (GLI)-2012 แต่เนื่องจากสมการนี้มีความซับซ้อนและยุ่งยากในการคำนวณ จึงยังไม่มีการใช้ที่แพร่หลายนักโดยเฉพาะในประเทศไทย โปรแกรม SpiroThai 3.0 นี้จะช่วยให้สามารถคำนวณค่ามาตรฐานสมรรถภาพปอดในประชากรไทย โดยสามารถคำนวณได้ทั้งจากสมการของ GLI-2012 และของ Siriraj equations นอกจากนั้นยังเป็นโปรแกรมฐานข้อมูลสำหรับบันทึกผลการตรวจ การแปลผล และรายงานผลการตรวจด้วย

 

คุณสมบัติของ SpiroThai 3.0

1. คำนวณค่ามาตรฐานด้วยสมการ GLI-2012 สำหรับค่า FVC, FEV1, FEV1/FVC, MEF (FEF25-75%) สำหรับประชากรอายุ 3-95 ปี

2. คำนวณค่ามาตรฐานด้วยสมการ Siriraj สำหรับค่า FVC, FEV1, FEV1/FVC, MEF (FEF25-75%), PEF สำหรับประชากรอายุตั้งแต่ 10-90 ปี

3. ค่ามาตรฐานที่ได้จากสมการ GLI-2012 นี้ใช้กับประชากรในภูมิภาค South-east Asia เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับคนเชื้อชาติ Caucasian หรือ ประชากรในภูมิภาคอื่นได้

4. โปรแกรมสามารถให้คำแนะนำ (Hint) สำหรับการแปลผลการตรวจเบื้องต้นได้ สำหรับเจ้าหน้าที่เทคนิค และแพทย์ทั่วไปที่อาจไม่ชำนาญในการแปลผล 

5. โปรแกรมนี้ต้องใช้ร่วมกับโปรแกรม Microsoft Access ตั้งแต่ version 2007 ขึ้นไป

 

คำแนะนำการใช้โปรแกรม

1. เปิดไฟล์ SpiroThai 3.0 ด้วยโปรแกรม Microsoft Access

2. ฟอร์มหลัก (main form) คือ Spiro3 จะเปิดอัตโนมัติ

3. กรอกข้อมูลพื้นฐานตามที่แสดง โดยข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก คือ PFT No., เพศอายุและ ส่วนสูง

4. หากทราบวันเดือนปีเกิดจริง เมื่อกรอกลงในช่อง (หรือใช้ปฏิทิน แล้วเปลี่ยนปีแล้ว โปรแกรมจะคำนวณอายุให้เป็นเลขทศนิยม 2 หลัก (จำเป็นโดยเฉพาะในเด็กกรณีที่ไม่ทราบวันเดือนปีเกิดจริง ให้ปล่อยว่างแล้วกรอกอายุลงในช่อง

5. หากอายุไม่เกิน 25 ปี ให้เลือกเพศก่อนแล้วจึงเลือกอายุจาก drop down (ทุกครั้งที่ต้องการคำนวณค่ามาตรฐานใหม่ต้องเลือกอายุจาก drop down ก่อน)

6. กรอกค่าส่วนสูง หน่วยเป็น cm.

7. คลิกเลือกที่ Tab ว่าต้องการคำนวณค่ามาตรฐานจากสมการ GLI-2012 หรือ Siriraj

8. สำหรับ GLI-2012 เมื่อคลิกที่ปุ่ม Predicted โปรแกรมจะแสดงค่ามาตรฐานขึ้นมา และเมื่อคลิกที่ปุ่ม LLN จะแสดงค่า lower limit of normal 

9. สำหรับ Siriraj equations คลิกที่ปุ่ม Predicted โปรแกรมจะแสดงค่ามาตรฐานขึ้นมา (ไม่มี lower limit of normal)

9. กรอกค่าที่ตรวจวัดได้ลงในคอลัมน์ Pre-BD (pre-bronchodilator) และ Post-BD (post-bronchodilator) ตามลำดับ โปรแกรมจะแสดงค่า %predicted และ %improved ให้

10. หากต้องการดูคำแนะนำการแปลผล ให้เลือกสมการที่ต้องการใช้แปลผลก่อน แล้วคลิกที่ปุ่ม Hint 

11. หากต้องการพิมพ์รายงานผลการตรวจ ให้คลิกที่ปุ่ม preview (ต้องกรอก PFT no.)

 

Disclaimer

ผู้ผลิตโปรแกรมไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการนำโปรแกรมไปใช้และการแปลผลการตรวจ

 

ผู้ผลิตและพัฒนา

รองศาสตราจารย์ นพ.วันชัย เดชสมฤทธิ์ฤทัย 

สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค

ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณ คุณทศพร มาสวัสดิ์ ฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา ที่ให้คำปรึกษาแนะนำเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม

 

สงวนลิขสิทธิ์

Copyright

 

เอกสารอ้างอิง 

  1. Dejsomritrutai W, Nana A, Maranetra KN, et al. Reference spirometric values for healthy lifetime nonsmokers in Thailand. J Med Assoc Thai 2000; 83: 457-66. 
  2. Quanjer PH, Stanojevic S, Cole TJ, et al. Multi-ethnic reference values for spirometry for the 3-95-yr age range: the global lung function 2012 equations. Eur Respir J 2012; 40: 1324-43. 

*บทความนี้ได้ลงตีพิมพ์ในวารสารวัณโรคและโรคทรวงอก ในปี พ.ศ. 2539 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานป้องกันและรักษาโรคปอด

 

สงคราม  ทรัพย์เจริญ พ.บ., พ.ด. (กิตติมศักดิ์)

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชสนพระราชหฤทัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งต่องานสาธารณสุขของชาติ รวมทั้งงานป้องกันและรักษาโรคปอด มาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ยังมิได้เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ โดยเมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชของพระบามสมเด็จอพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์ท่านทรงทราบว่าชาวไทยเป็นวัณโรคกันมาก อีกทั้งไม่มีความรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยและขาดแคลนยารักษาโรค จึงพระราชทานพระบรมราชาอนุญาตให้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” ซึ่งเป็นเพลงแรกที่พระราชทานให้วงดนตรีนำไปบรรเลงในงานแสดงดนตรีการกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือโครงการรณรงค์ต่อต้านวัณโรคแห่งชาติของสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมกับพระราชทานแบบจำลองเรือรบหลวงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นผลงานฝีพระหัตถ์ออกประมูลในงานเดียวกัน เพื่อนำรายได้สมทบทุนในการต่อต้านโรคร้ายดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 และได้ทรวงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลือกิจกรรมต่อต้านวัณโรคเสมอมา

ในปี พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์สร้างตึกมหิดลวงศานุสรณ์พระราชทานให้สภากาชาดไทยเพื่อสำหรับใช้เป็นห้องปฏิบัติการผลิตวัคซีนบีซีจีป้องกันวัณโรค ซึ่งต่อมาองค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองคุณภาพวัคซีนบีซีจีที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมกันนี้กองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ได้นำวัคซีนดังกล่าวไปใช้ในต่างประเทศด้วยขณะเสด็จฯไปประทับในสวิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสวงหาตัวยาใหม่ๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยวัณโรค โดยทรงสั่งซื้อพาราแอมมิไนซาลิไซลิก แอซิค หรือ พีเอเอส ซึ่งเป็นยารักษาวัณโรคขนานที่สอง แต่ในขณะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักและทรงส่งยาดังกล่าวมารักษาผู้ป่วยในประเทศไทย ในเวลาต่อมาได้มีการค้นพบว่าเมื่อนำยาขนานนี้ไปใช้ร่วมกับสเตร็พโตมัยซิน ซึ่งเป็นยารักษาโรคขนานแรกที่ค้นพบสามารถช่วยป้องกันหรือชะลอการดื้อยาของเชื้อวัณโรคได้

ในส่วนของสาธารณสุขชนบท เมื่อปี พ.ศ.2495 พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรถพยาบาลเคลื่อนที่คันแรกให้กระทรวงสาธารณสุข สำหรับใช้ในงานรักษาพยาบาลผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารซึ่งในขณะนั้นการคมนาคมไม่สะดวกเช่นสมัยนี้และปีนี้ พ.ศ.2498 ได้พระราชทานเรือพยาบาลเคลื่อนที่ “เวชพาห์” พร้อมเวชภัณฑ์ให้สภากาชาดไทยสำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามริมแม่น้ำลำคลอง นอกจากนี้พระองค์ท่านยังเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรในพื้นที่ทุรกันดารด้วยพระองค์เอง

ในปี พ.ศ. 2517 กรุงเทพฯได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมิได้มีการวางแผนด้านสิ่งแวดล้อมให้เพียงพอแก่การขยายตัวดังกล่าว ทำให้เกิดมลภาวะอันเป็นปัญหาต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีถึงความสำคัญของการปรับปรุงสุขภาพแวดล้อมเพื่อสุขภาพที่ดีของพสนิกร จึงได้ทรงริเริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายฃโครงการในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นรวมทั้งการก่อสร้างสวนสาธารณะ เช่น สวนจตุจักร, สวนหลวง ร.9 เป็นสถานที่ออกกำลังกายของประชาชน โครงการพระราชดำรินี้ได้ขยายไปสู่การพัฒนา “บึงมักกะสัน” แหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อจุดประสงค์ในการรักษาสภาพแวดล้อมและบรรเทาสภาพน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ, โครงการปลูกป่าทดแทนเพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติในทุกภูมิภาคของประเทศ และการปรับปรุงสภาพแวดล้อม รวมถึงโครงการบรรเทาปัญหาจราจรมลภาวะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ซึ่งรวมไปถึงการสร้างสะพานลอยคนข้าม ทางเข้า ระบบการระบายน้ำ การขยายและปรับปรุงผิวการจราจรการก่อสร้างทางยกระดับเพื่อให้การจราจรคล่องตัวขึ้นและยังเป็นการลดมลพิษจากยานยนต์อีกทางหนึ่งด้วย

ในส่วนของการสนับสนุนด้านการแพทย์และการสาธารณสุขในแต่ละปี พระองค์ท่านได้พระราชทานทุนอานันทมหิดลให้แก่ผู้ที่เรียนดีเยี่ยมซึ่งสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศเพื่อให้ได้รับความรู้ความชำนาญมากขึ้น เพื่อกลับบ้านมาเป็นอาจารย์แพทย์ต่อไป และยังพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แพทย์นำพระอาการประชวรไปศึกษาค้นคว้า เพื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์อีกด้วย ดังจะเห็นได้จากในปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรด้วยโรคพระปับผาสะอักเสบ เนื่องจากเชื้อมัยโคพลาสมาซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อชนิดหนึ่งและเป็นคนไทยรายแรกที่ตรวจพบว่าเป็นโรคนี้ หลังจากนั้นได้มีประชาชนสอบถามกันอย่างมากว่าเชื้อนั้นคือเชื้ออะไร เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบว่าเป็นการตรวจพบโรคนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย พระองค์จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้รายงานให้วงการแพทย์ได้ทราบและเพื่อประชาชนจะได้ทราบด้วย ดังนั้นจึงได้มีการนำเรื่องการประชวรของพระองค์ท่านตีพิมพ์โดยไม่ได้กล่าวถึงชื่อผู้ป่วย ซึ่งเป็นวิธีการรายงานทางการแพทย์ในวารสารของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และวารสารฉบับนี้ได้ถูกส่งไปที่หอสมุดทางการแพทย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา และได้เผยแพร่ไปยังหอสมุดการแพทย์ทั่วโลก เพื่อเป็นเอกสารที่แพทย์นานาชาติได้ใช้ศึกษาและอ้างอิงต่อไป

จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณีกิจที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมด้านสุขภาพอนามัยป้องกันและรักษาโรคปอดแก่ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวโลกนี้ วิทยาลัยแพทย์ทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา (American College of Chest Physicians) จึงได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล Partnering for World Health อันเป็นการถวายรางวัลระหว่างชาติครั้งแรกของสถาบันดังกล่าว เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์สืบไปเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยได้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์มานานกว่า 50 ปี และได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณตั้งแต่พระองค์ยังไม่ได้เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ สมาคมฯสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินช่วยงานต่อต้านวัณโรคและโรคปอด และได้มีพระวิริยะ อุตสาหะ ตรากตรำพระวรกาย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขแก่ชาติบ้านเมืองและพสกนิกร รวมทั้งด้านสุขภาพอนามัยเป็นอเนกประการ ตลอดจนทรงมีพระเมตตาต่อสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ตลอดมา

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

 

เรื่องน่ารู้สู่สาธารณะ